Showing posts with label อาชีพเสริม. Show all posts
Showing posts with label อาชีพเสริม. Show all posts

Thursday, June 12, 2014

อาชีพเสริม อาชีพอิสระทำเงิน 108อาชีพ วันนี้เรามาดูอาชีพสุดฮิตคือหมูปิ้งนมสดกันครับ


สูตรหมูปิ้ง นมสด ไม่นมสด ดั้งเดิม มีเยอะๆ จริงๆ ยังไงเอาไปลองทำกันดูนะครับ






สูตรที่หนึ่ง หมูปิ้งปะทะนมสด รสกลมกล่อม 

เครื่องปรุง
เนื้อหมู เอาติดมันก็ได้ หรือ เนื้อสันก็ดี 1 กิโลกรัม
ซีอิ้วดำ 1/2-1 ชต.
นมข้นจืด 3-4 ชต. หรือนมสด 1 ถ้วย
น้ำตาลปิ้บ 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทรายนิดหน่อย
น้ำมันหอย นิดหน่อย
ซีอิ้วขาวเห็ดหอม 2-3 ชต
กระเทียม รากผักชี พริกไทย 2 ชต.
น้ำมันมะกอก 2-3 ชต.
(ชต หมายถึง ช้อนโต๊ะ)

ผสมกันเสร็จชิมดูก่อนว่ารสออกมาแบบไหน ถ้าชอบหวานชอบเค็มก็เต็มเพิ่มลงไป

วิธีทำ

ล้างหมูให้สะอาดแล้วแล่อย่าบางมาก แล้วนำไปคลุกเคล้ากับส่วนผสมแล้ว นำไปแช่ในตู้เย็นสัก 1-2 วัน ค่อยนำออกมาเสียบไม้ปิ้ง

หรือ

เจ้าของสูตรเดิมเขาเสียบไม้ไว้เลยแล้วแช่ฟิต 3 วัน ค่อยเอาออกมาปิ้ง แช่ฟิตจะทำให้หมูนุ่มมาก ๆ ครับ

ตอน ปิ้งหมู น้ำปรุงที่เหลืออย่าทิ้งให้นำน้ำกะทิมาผสม ขณะที่กำลังปิ้งก็ใช้น้ำปรุงนี้ทาลงไปที่หมูกำลังปิ้งเพื่อให้หยดลงไปถ่าน กำลังร้อน ๆ จะได้มีควันหอม ๆ รมหมูด้วย
เก็บตกมาให้ครับ
- ถ้าจะให้สุดยอดยิ่งขึ้นควรจะใส่ซอสหอยนางรมไปบ้างเล็กน้อย ควรใช้ซอสหอยอย่างราคาไม่แพงเพราะว่ามีแป้งผสมอยู่บ้างแล้ว เหยาะผงกระหรี่พอเห็นด้วยหางตา เวลาปิ้งควรพรมน้ำหมักไปด้วยเล็กน้อยจะทำให้เกิดควันและกลิ่นซึ่งเป็นหัวใจ ของการขาย แต่อย่าให้ถึงขนาดมองหน้ากันไม่รู้เรื่อง ปิ้งกะว่าเกือบสุก เมื่อมีลูกค้าจีงค่อยปิ้งตอนจบ จะทำให้หมูปิ้งของคุณไม่แห้ง อวบอูมอิ่มเอิบน่ารับประทาน ใส่ถุงพลาสติกมัดให้แน่น ย้ำลูกค้าว่าอย่าเปิดจนกว่าจะทาน

- โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย ( 3 อย่างนี้อย่าขี้เหนียวนะเพราะจะทำให้หอมมากครับ) หมักทิ้งไว้ไม่น้อยกว่า 2 ชม.เพื่อให้เครื่องปรุงซึมเข้าถึงเนื้อ แต่ถ้าคุณต้องการทำขายควรหมักทิ้งไว้ข้ามคืน

- ปกติจะหมักหมูที่หั่นแล้ว การหั่นมีหั่นสองแบบ แบบแรกคือใช้หมูสันนอกเนื้อจะแข็งไม่มีมัน แล่เป็นแผ่นเลยกับอีกแบบคือ ใช้หมูสันใน เนื้อจะแดงๆ ไม่เป็นแผ่นๆ มันแทรกนิดหน่อย หั่นชิ้นเล็กๆ ยาวๆ ไม่ต้องหนา

- เวลาหั่นเลือกหั่นตามขวาง ลายเส้นของหมู จะกัดง่ายขึ้น เวลาซื้อนี่เลือกติดมันหน่อยหนึ่ง

- การทำให้หมูนุ่มหลัก ๆ มีสี่สูตรครับ คือ

๑. สูตรหมูนุ่มสูตรแรก ใส้แป้งมันหมักกะหมู ผลที่ได้ จะได้เนื้อนุ่มแบบ ดึ๊ง ๆ เหมือน หมู ใน ราดหน้า ร้านดัง ๆ

๒. สูตรที่สอง หมักหมู กะ มะละกอดิบครับ ขยำ ๆ ทิ้งไว้ สองชั่วโมง นิด ๆ เนื้อหมูที่ได้ จะ นุ่ม แบบ ยวบ ๆ ประมาณว่าแค่เอามีดลูบ ๆ ก้อขาด (อย่าหมักนานมากนะ เดี่ยว จะเละซะก่อน)

๓.สูตรหมูนุ่มสูตรสาม คือ ใส่ Baking Soda แต่แหวะ ไม่อร่อยเท่าไหร่ มันจะนุ่มแบบไม่นุ่ม (งงปะ) แต่ตลาดทั่วไปชอบใช้สูตรนี้ เพราะมันประหยัดต้นทุนครับ

๔. สูตรหมูนุ่มสูตรสี่ คือ ขยำมะม่วงหวานลงไป ในขั้นตอนสุดท้ายอย่ามาก แค่เอาสีกับกลิ่น สูตรนี้จะทำให้หมูของคุณแดงแบบส้ม ๆ ไม่เหมือนใช้มะละกอ และจะออกหวาน ๆ มัน ๆ แทนกลิ่นซี้อิ๊ว แต่ผมว่าแรก ๆ จะอร่อยนะ แต่นาน ๆ ไปมันจะไม่อร่อย เพราะมันจะติดลิ้นว่าหวาน แต่สูตรนี้กินกับน้ำจิ้มแจ่วอร่อยเหาะไปเลยครับ เพราะมันจะไปตัดกับเค็มของน้ำจิ้มแจ่ว ออกหวานแบบอร่อย ๆ

สุดท้าย ท้ายสุด
เนื้อ หมูที่ใช้ ควรเป็นเนื้อสันส่วนขาหลัง ติดมันนิดหน่อย ถ้าเนื้อหมูที่ซื้อมาติดมันมากเกินไปก็ให้แล่เอามันออกทิ้งไปบ้าง เวลาแล่เนื้อหมูก็ต้องพยายามแล่ให้ได้ขนาดเสมอกันเพื่อความสวยงาม เวลาเสียบก็ต้องเสียบเนื้อหมูตามขวาง เนื้อหมูจะได้ดูหนา เวลากินจะไม่เหนียว และที่สำคัญจะต้องหมักหมูทิ้งไว้ในช่องฟรีซสัก 2 -3 วันถึงจะดี เวลาจะนำมาปิ้งก็เอาออกมาจากช่องฟรีซ แล้วทิ้งให้น้ำแข็งละลายก่อน เครื่องจะเข้าเนื้อและนุ่ม ถ้าหมักแล้วย่างเลยจะไม่อร่อย เวลาปิ้งจะไม่สวย เนื้อหมูก็จะติดตะแกรงด้วย

สูตรการทำหมูปิ้ง

"ลิขิตฟ้า หรือจะสู้ มานะคน"

คู่มือการลงทุนของ workdeena วันนี้ จะให้สูตรการทำ "หมูปิ้ง" อาชีพนี้ก็เป็นอาชีพอิสระ อีกหนึ่งอาชีพที่ใครๆ ก็ทำได้ แต่ทำให้อร่อยนั้นค่อนข้างยาก ทาง workdeena จึง ไปค้นหา สูตรหมูปิ้งที่คิคว่ารสชาติคงถูกปากของใครหลายๆ คนนะ (กว่าจะได้สูตรนี้มา เรากินซะอ้วนเลย) เรามาดูกันว่าเขาทำอย่างไรกันบ้าง

- สูตรการทำหมูปิ้ง ประกอบด้วย
  1. หมู และต้องที่มีมันแทรกอยู่พอสมควร(หรือบริเวณสันคอหมู) เพราะจะทำให้เนี้อหมูไม่แข็งเกินไปเวลาย่างแล้ว ใช้ประมาณ 5 กิโล
  2. กระเทียมบดละเอียด ประมาณ ครึ่งขีด
  3. พริกไทยป่น ประมาณ 1 ช้อนกินข้าว
  4. รากผักชี บดละเอียด ประมาณ ครึ่งขีด
  5. ซอสภูเขา ประมาณ 1 ถ้วย (ใช้ถ้วยน้ำพริก ตวงก็ได้นะ)
  6. ซีอิ้วหวาน ประมาณ ครึ่ง ถ้วย
  7. น้ำตาลทรายประมาณ ครึ่ง กิโล
  8. น้ำตาลปิ้บ ประมาณ ครึ่ง กิโล
  9. เกลือ ประมาณ 2 ช้อนกินข้าว

- วิธีทำ
  • เราก็เอาหมูใส่ในกระมัง แล้วเอาส่วนผสมทั้งหมดลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน คลุกเคล้าเบาๆ นะ อย่าไปขย้ำมันนะเดี๋ยวหมูจะเละ คลุกเคล้าประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นก็เสียบไม้ให้เรียบร้อยแล้วเทใส่กล่องแช่ช่องฟิต เช้ามาก็เตรียมขายได้เลย
  • และอย่าลืม นึ่งข้าวเหนียวด้วยนะ การนึ่งข้าวเหนียวก็แค่ ต้องแช่ข้าวเหนียวก่อนประมาณ 10 ชั่วโมง แล้วเอามาค่อยนึ่งนะ

- คำนวนการลงทุน
  • หมู 5 กิโล โลละ 99 บาท (ถ้าได้ถูกกว่านั้นก็ดีนะ แต่อย่าเอาหมูแก่นะ) รวมเป็นเงิน 495 บาท
  • เครื่องปรุงทั้งหมด ประมาณ 200 บาท
  • ค่าถุง ค่าไม้เสียบ ค่าถ่าน ประมาณ 150 บาท
  • หมู 1 กิโล เสียบได้ประมาณ 100 ไม้ ไม่เกินนี้ ถ้า 5 กิโล ก็จะได้ 500 ไม้
  • ถ้าขายไม้ละ 3 บาท เท่ากับ 500 x 3 = 1,500 บาท
  • คิดกำไรหมูปิ้ง 500 ไม้ (ไม่รวมข้าวเหนียว) จะได้เท่ากับ 1,500 - 845 = 655 บาท นี่คือกำไรนะ

ถ้าได้กำไรประมาณนี้ เพื่อนๆ คิดว่าน่าทำไหม สูตรการหมักหมูนี้พอได้มา workdeena ลองทำดูก่อนแล้ว สรุปว่าอร่อยพอสมควรเลยนะ ถ้าเพื่อนๆ อยากลองไปทำกินกันเองในครอบครัวก็ได้นะ หรือจะนำไปประกอบเป็นอาชีพอิสระเราก็ยินดีมากๆ เพราะไม่แน่ ร้านหมูปิ้งของเพื่อนๆ อาจจะโด่งดังมากๆ จนใครผ่านจังหวัดนี้ต้องแวะซื้อเป็นของฝากก็ได้ (เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้นะ)


สูตรหมูปิ้ง หมูย่างรวม สูตรเด็ดและวิธีทำหมูปิ้งหมูย่างไว้อย่างละเอียดสามารถทำตามได้เลย อาจะหลายสูตรหน่อยแต่ก็ลองทำลองชิมดูครับ ชอบแบบไหนก็ปรับเอาให้เขากับของเรา  
pictures-meetips-001.jpg  
หมูปิ้งสูตร 1 
วิธีทำหมูปิ้งอย่างง่ายๆ แบบใช้เตาอบไว้รับประทานกับข้าวเหนียวร้อนๆ เครื่องปรุงหมูปิ้ง - เนื้อหมู กระเทียม พริกไทยเม็ด ซีอิ้วขาว ซอสปรุงรส น้ำตาลปี๊ป หัวกะทิ เครื่องปรุง -เนื้อหมู 600 กรัม -กระเทียมกลีบใหญ่ 5-6 กลีบ -พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ -ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ -ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ -น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ -หัวกะทิ 1/3 ถ้วย  
วิธีทำหมูปิ้ง1. ล้างเนื้อหมูให้สะอาด ซับน้ำให้แห้งแล้วหั่นเป็นชิ้นขนาดประมาณ 2 นิ้ว หนาประมาณ 3 มิลลิเมตร วิธีทำหมูปิ้ง 1 หั่นเนื้อหมูเป็นชิ้นขนาด 2 นิ้ว หนา 3 มิลลิเมตร 
2. ปลอกเปลือกกระเทียม ล้างน้ำให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปโขลกให้ละเอียดพร้อมพริกไทยเม็ด วิธีทำหมูปิ้ง 2 โขลกกระเทียมและพริกไทยให้ละเอียด 
3. นำกระเทียมพริกไทยที่โขลกได้ใส่ลงไปในเนื้อหมูที่หั่นไว้ เติมเครื่องปรุงต่างๆ และกะทิ 3 ช้อนโต๊ะลงไป คลุกเคล้าเครื่องปรุงต่างๆ ให้เข้ากันแล้วหมักไว้ประมาณ 3 ชั่วโมงหรือทิ้งไว้ข้ามคืน วิธีทำหมูปิ้ง 3 หมักหมูและเครื่องปรุงต่างๆ เข้าด้วยกัน ทิ้งไว้ประมาณ 3 ชั่วโมงหรือข้ามคืน 
4. เมื่อหมักได้ที่แล้ว นำเนื้อหมูที่ได้มาเสียบไม้ (ก่อนเสียบไม้ให้นำไม้ไปแช่น้ำไว้ก่อนประมาณ 30 นาที เพื่อช่วยไม่ให้ไม้ไหม้) ระหว่างนั้นเปิดเตาอบที่ไฟ 350° F วิธีทำหมูปิ้ง 4 นำหมูที่หมักได้ที่มาเสียบไม้ให้หมด 
5. วางหมูที่เสียบไม้เรียบร้อยแล้วลงบนตะแกรง นำหัวกะทิที่เหลือมาทาให้ทั่วทุกไม้ก่อนนำเข้าเตาอบวิธีทำหมูปิ้ง 5 วางหมูที่เสียบไม้บนตะแกรง นำหัวกะทิมาทาให้ทั่วทุกไม้ 
6. อบประมาณ 15 นาที นำออกมาพลิกกลับด้าน ทากะทิลงไปอีกครั้งให้ทั่วทุกไม้ แล้วนำเข้าไปอบต่ออีก 15 นาที พลิกกลับด้าน ทากะทิลงไป อบอีก 5 นาทีจนหมูสุกก็นำออกจากเตาได้ วิธีทำหมูปิ้ง 6 อบประมาณ 15 นาที พลิกกลับด้าน ทากะทิให้ทั่วอีกครั้ง อบต่อจนหมูสุก 
7. จัดใส่จาน เสริฟพร้อมข้าวเหนียวร้อนๆ ได้เลยค่ะ 
8 กินให้อิ่มแล้วหลับต่อ ได้เลย  
สูตรจาก : mootangka.multiply 

pictures-meetips-003.jpg  
หมูปิ้งหมักซอสญี่ปุ่น สูตร 2 ส่วนผสมหมูปิ้ง -หมูเนื้อแดง  1  กิโลกรัม  -โชยุ ซีอิ๊วญี่ปุ่น  6  ช้อนโต๊ะ  -นมสด 1/2   ถ้วยตวง  -นมข้นหวาน 1/2   ถ้วยตวง  -ซอสปรุงรส  1/4   ช้อนโต๊ะ   -งาขาวขั่วพอหอม 1/4   ช้อนชา  
วิธีทำหมูปิ้งหมักซอสญี่ปุ่นแล่นเนื้อหมูเป็นชิ้นบางๆ นำไปหมักกับส่วนผสมที่เตรียมใว้ หมักใว้ 30 นาที แล้วนำไปเสียบย่าง  **หากนำหมูปิ้ง ทานพร้อมส้มตำ ข้าวเหนียว จะอร่อยอีกแบบ** สูตรจาก : makerfood.blogspot.com 

pictures-meetips-002.jpg  
หมูปิ้งสูตร 3-หมู และต้องที่มีมันแทรกอยู่พอสมควร(หรือบริเวณสันคอหมู) เพราะจะทำให้เนี้อหมูไม่แข็งเกินไปเวลาย่างแล้ว ใช้ประมาณ 5 กิโล -กระเทียมบดละเอียด ประมาณ ครึ่งขีด -พริกไทยป่น ประมาณ 1 ช้อนกินข้าว  -รากผักชี บดละเอียด ประมาณ ครึ่งขีด -ซอสภูเขา ประมาณ 1 ถ้วย (ใช้ถ้วยน้ำพริก ตวงก็ได้นะ) -ซีอิ้วหวาน ประมาณ ครึ่ง ถ้วย -น้ำตาลทรายประมาณ ครึ่ง กิโล -น้ำตาลปิ้บ ประมาณ ครึ่ง กิโล -เกลือ ประมาณ 2 ช้อนกินข้าว 
วิธีทำหมูปิ้งเรา ก็เอาหมูใส่ในกระมัง แล้วเอาส่วนผสมทั้งหมดลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน คลุกเคล้าเบาๆ นะ อย่าไปขย้ำมันนะเดี๋ยวหมูจะเละ คลุกเคล้าประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นก็เอา หมูที่คลุกเสร็จแล้ว เทใส่กล่องพลาสติกเก็บแช่ไว้ในตู้เย็น ประมาณ หนึ่งคืน หรืออย่างน้อย 8 ชั่วโมง (แช่ช่องแข็งนะ) แล้วหลังจากนั้นก็นำมาเสียบไม้ เตรียมปิ้งขายได้เลย และอย่าลืม นึ่งข้าวเหนียวด้วยนะ การนึ่งข้าวเหนียวก็แค่ ต้องแช่ข้าวเหนียวก่อนประมาณ 10 ชั่วโมง แล้วเอามาค่อยนึ่งนะ  
คำนวนการลงทุน หมู 5 กิโล โลละ 99 บาท (ถ้าได้ถูกกว่านั้นก็ดีนะ แต่อย่าเอาหมูแก่นะ) รวมเป็นเงิน 495 บาท เครื่องปรุงทั้งหมด ประมาณ 200 บาท ค่าถุง ค่าไม้เสียบ ค่าถ่าน ประมาณ 150 บาทหมู 1 กิโล เสียบได้ประมาณ 100 ไม้ ไม่เกินนี้ ถ้า 5 กิโล ก็จะได้ 500 ไม้ ถ้าขายไม้ละ 3 บาท เท่ากับ 500 x 3 = 1,500 บาท คิดกำไรหมูปิ้ง 500 ไม้ (ไม่รวมข้าวเหนียว) จะได้เท่ากับ 1,500 - 845 = 655 บาท นี่คือกำไรนะ 
สูตรจาก : workdeena.blogspot.com 


pictures-meetips-005.jpg  
หมูปิ้งสูตร 4 
ส่วนผสมหมูปิ้ง -หมูเนื้อแดงตรงสะโพก ยิ่งดี หั่นตามยาว 1 ก.ก.  -กระเทียม 1 หัว  -พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา  -ราก ผักชี 3 ราก  -ชึอิ้วดำหวาน 3 ช้อนโต๊ะ  -น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ -ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ -ไม้เสียบลูกชิ้นแช่น้ำไว้ก่อนจะเสียบหมู -น้ำทาหมูตอนปิ้ง ชีอิ้วขาว นมสด น้ำมันพืช 
วิธีทำน้ำทาหมูตอนปิ้ง  ผสม ชีอิ้วขาว นมสด และ น้ำมันพืช พอประมาณ เอาไว้ทาหมูตอนปิ้ง  
วิธีทำเนื้อหมู-เมื่อหั่นหมูเสร็จแล้ว พักไว้ หรือนำเข้าตู้เย็นไว้ก่อน   -โขลกราก ผักชี กระเทียม พริกไทย ให้เข้ากัน  -นำเครื่องที่โขลก ไปคลุกกับ หมู แล้วเติมเครื่องปรุง คลุกเคล้าให้เข้ากัน อย่าคลุกนานนะ เดี๋ยวหมูจะสีคล้ำไม่สวย  -หลังจากนั้น นำไปหมักในตู้เย็นไว้ 1 คืน ถ้าทำตอนเช้า ตอนเย็นก็เอามาเสียบไม้ไว้ได้ ทำแบบนี้พอเช้าอีกวัน ก็เอามาปิ้ง  
เคล็ดไม่ลับในการทำหมูปิ้ง 1. ไม่ควรผสมน้ำมันพีช ลงไปตอนคลุกเคล้าหมู เพราะจะทำให้หมูลี่น เสียบไม้ยาก 2. ตาเอาน้ำพืชมาผสมเอาไว้ทาหมูก่อนปิ้ง จะช่วยให้เนื้อหมูนุ่มเพราะน้ำมันจะไปเคลือบเนื้อหมู เวลาย่างไป จะไม่ทำให้สูญเสียน้ำในเนื้อหมู  3. ตาใช้น้ำตาลทราย แทนน้ำตาลปี๊บ เพราะ เวลาย่าง จะไม่ทำให้เนื้อหมูไหม้เร็ว  4. หรือถ้าชอบให้หมูปี้งมีสีสรรค์น่าทาน ควรซอยผักชี ลงไปคลุกหมูก่อนนำมาเสียบไม้  5. การใส่ซีอิ้วดำ จะช่วยเพิ่มสีสรรค์ ให้หมูน่าทานขี้นคะ  6. จะใส่พวก เหล้า หรือ ไวน์ ผสมในการหมักหมูก็ได้คะ แต่รสชาดมันจะออกเปรี้ยวติดลิ้นนิดหนึ่ง 
สูตรจาก : dumenu.com 



pictures-meetips-004.jpg หมูปิ้งสูตร 5 
1.เนื้อสัน 1 ก.ก. (ถ้าชอบมันที่หางก็ให้ซื้อมันอ่อนหรือแข็งก็ได้มาซักห้าบาทสิบบาทมาติดหางไม้)2.ซิอิ๊วขาวสูตร1 ใส่ในอัตราส่วน 2 ทัพพีขนาดมาตรฐาน 3.ซอสหอยนางรม 2 ทัพพี 4.น้ำตาลทรายขาวหรือแดงก็ได้ ครึ่งกิโล 5.ผงชูรสหรือรสดีก็ได้ ครึ่งทัพพี 6.ซิอิ๊วดำหวานครึ่งทัพพี 7.แป้งมัน 3 ช้อนโต๊ะไม่ต้องพูนช้อนมากนัก 
วิธีทำหมูปิ้ง 
หั่นหมูที่เตรียมไว้ให้พอดีกับที่ตั้งใจขายเช่นขายไม่ละห้าบาทก็ให้มันใหญ่หน่อยถ้าไ ม้ละสองบาทก็เล็กหน่อยตรงนี้ให้ลองไปซื้อเค้าดูแล้วมาคำนวนในการหั่นนะครับ 
เมื่อหั่นหมูแล้วให้เริ่มทำการหมักโดยนำเครื่องปรุงต่างๆดังกล่าวใส่อะไรก่อนหลังก็ไ ด้ทั้งนั้นตามอัตราส่วนที่ว่าไว้คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วหมักไว้สี่ชั่วโมงหรือเสียบ ไม้ก่อนค่อยหมักก็ได้นะครับไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด 
เสร็จแล้วลองไปปิ้งไฟดูหอมอร่อยน่าทานมากครับ เท่านี้คุณก็จะเป็นแม่ค้าหมูปิ้งสูตรเด็ดแล้วล่ะครับ

สูตรหมูปิ้งรสอร่อย..ลองดูครับ..
+ เคล็ดลับวิธีการนึ่งข้าวเหนียวให้นุ่มนวล 
(สูตร บ้านอาจารย์..)
 เตรียมเครื่องปรุงที่เราจะใช้ 15 อย่าง "ขาดบางอย่างได้ครับตามชอบ"

1. เนื้อหมูติดมัน หรือ (นำเอาเนื้อสันขาหลัง)
 -หรือเนื้อหมูทั่วไปก็ได้ครับถ้าทำทานเองประมาณ       2       กิโลกรัม (หรือลดลงตามส่วน)
2.  ซีอิ้วดำประมาณ                                                         1      ช้อนโต๊ะ.
3. นมข้นจืดกระป๋องตรา(คาร์เนชั่นสูตรข้น)                   5      ช้อนโต๊ะ
4. น้ำตาลปิ้บ(ตรา มิตรผล)ใช้ ประมาณ                         2       ขีด (เพิ่ม-ลดได้ครับ)
5. น้ำมันหอย                                                                  12       ช้อนโต๊ะ
6. ซีอิ้วขาวเห็ดหอม                                                     9 -12     ช้อนโต๊ะ
7. กระเทียม กลีบใหญ่                                                15           กลีบ
8. รากผักชี                                                                   7             ราก
9.  พริกไทยเม็ด                                                           2-3         ช้อนโต๊ะ
  -(ตามชอบ ลดเพิ่มได้ครับ)ถ้าขายกลุ่มเด็กๆ ไม่ใส่ก็ได้..
10. น้ำมันพืช                                                                5-6         ช้อนโต๊ะ
11. แป้งมัน หรือ แป้งข้าวโพด                                    2           ช้อนโต๊ะ
12. น้ำสะอาด                                                              1/2            ถ้วยตวง
13. เกลือป่น                                                                1/2             ช้อนชา
14. ผงหมักหมู(คะนอร์)   1-2  ช้อนชา (ตามชอบ ยี่ห้ออื่นก็ได้ครับ)
15. กลิ่นควันไฟ (ถ้าหาได้)  มีขายตามร้าน 1-2  หยด (ไม่ใส่ก็ได้ครับ ถ้าเราย่างเตาถ่าน)
"หมายเหตุ" (ถ้า ต้องการให้หมูนุ่มยิ่งขึ้น..ให้เราใส่ ผงฟู 1/2 ช้อนชา ผสมลงไปในสูตรด้วยครับ..เนื้อหมูจะนิ่มนุ่มยิ่งขึ้น..) ใส่ หรือไม่ใส่ ก็ได้ครับตามชอบ..
***( เตรียมหัวกระทิ ถ้ามี 1/2 ถ้วย  หรือ นมข้นจืด(คาร์เนชั่นสูตรข้น)ที่เราใช้ในการหมักหมูก็ได้ประมาณ  1/2 ถ้วย)ใว้สำหรับทาตอนที่เราย่างหมู..เพื่อให้ได้กลิ่นหอมมัน.."จะนำมาผสมกับ น้ำหมักหมูเล็กน้อยก็ได้ครับ..ใว้ทาหมูตอนปิ้ง..)

-----------------------------------------------------------------------------------------------------
     ***ก่อนอื่นล้างหมูให้สะอาดแล้วนำมาแล่ให้เป็นชิ้นบางๆ พอประมาณ (เวลาที่เราไปซื้อที่ตลาด ให้แม่ค้าหั่นให้เราเลยครับ บอกว่าเราจะนำมาทำหมูปิ้ง) แล้นำมากคลุกเคล้ากับส่วนผสมตามขั้นตอนที่บอกใว้..แล้วนำไป แช่ในตู้เย็นสัก 1-2 วันค่อยนำออกมาเสียบไม้ปิ้ง (ถ้าเร่งด่วนเราทำทานเอง 2-4 ชั่วโมงก็ได้..แต่เนื้อจะไม่นุ่มนวลเท่าที่ควร..)การแช่ใว้ ในความเย็น..นานๆ จะทำให้น้ำหมักหมูดูดซึมเข้าไปในเนื้อมาก..จะทำให้นุ่มดีครับ..  " ให้เราขย้ำๆ เบา ในตอนที่เราคลุกเคล้าก็ได้..จะช่วยให้น้ำหมักหมู..เข้าไปในเนื้อได้ดี ขึ้น.."
 วิธีทำ " เมื่อเราเตรียมเนื้อหมูที่หั่นใว้เรียบร้อยแล้ว"1. ปลอกเปลือกกระเทียม แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เตรียมใว้  "รากผักชี"
2. ให้นำเอาพริกไทยเม็ดๆ มาโขกให้ละเอียด "ตามด้วยรากผักชี"และ กระเทียม  โขกให้เข้ากัน  แล้ว  นำไปใส่ในเนื้อหมูที่เตรียมใว้
3. ให้เรานำเอาส่วนผสมต่างๆทั้งหมด ที่เหลือใส่ลงไปรวมกันในหมูที่เราจะหมัก..แล้วคลุกเคล้านวดให้เข้ากัน โดยขยำๆ ให้ทุกส่วนละลายเข้าเป็นเนื้อเดียวกันทั้งหมด แล้วหมักใว้ 3-4 ชั่วโมง  หรือจะหมักข้ามคืนเลยก็ได้ครับ...หมักในตู้เย็นที่เย็นพอที่หมูของเราจะไม่ เน่า..ก็ใช้ได้ครับ..
(หรือ เราจะเสียบไม้ใว้เลยก็ได้ ตามสะดวก..เสร็จแล้วก็นำไปแช่เย็น รอที่จะขายได้เลยครับ...) "หมายเหตุ"                     ไม้ ที่เราจะนำมาเสียบหมู เราควรนำไปแช่น้ำทิ้งค้างคืนใว้ก่อน..เพื่อให้ไม้มีความชื้น..เวลานำไปย่าง หมูไม้จะได้ไม่ใหม้...ก่อนหมูสุกครับ    (เทคนิคแล้วแต่เราครับ แช่หรือไม่แช่ก็ได้)
     (ตอนที่เรานำหมูไปปิ้งย่างบนเตา..ให้นำเอาหัวกระทิที่เราเตรียมใว้ มาทาบนหมูพอชื่นๆครับจะหอมอร่อยมากยิ่งขึ้น..) จะเป็นนมสดก็ได้ครับ...
ใน การทำของเราแต่ละครั้ง..ถ้ารสชาด หวานไป..หรือ เค็มไป ให้เราปรุงแต่งได้เลยครับ..ปรับโครงสร้างให้เป็นสูตรเฉพราะ ของตัวเราเองครับ..เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์พิเศษ ของตัวเราเองครับ...
เทคนิคการนึ่งข้าวเหนียวให้นุ่มนวลชวนรับประทาน...



ส่วนประกอบการนึ่งข้าวเหนียว
1. ข้าวเหนียว 5 กิโลกรัม (ถ้าใช้ 1 ก.ก.ให้ลดเกลือลงใช้เพียง 1 ช.ช)2. เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำสะอาดพอท่วม
4. ใบเตย 2-3 ใบ5.
 เตรียม น้ำเย็นๆ ใว้ 3-5 ลิตร น้ำแข็ง หรือ (น้ำธรรมดาก็ได้ครับ)ใว้สำหรับเทใส่ตอนข้าวเหนียวไกล้สุก..จะทำให้ข้าว เหนียวนุ่มนวล..ทำขายได้เลยครับสูตรนี้..ไม่มีใครบอกแน่นอน..ทดลองดูครับ...
วิธีการทำ
 1. นำข้าวเหนียวที่ได้ไปทำการล้างน้ำให้สะอาด โดยล้างประมาณ 2 น้ำ
2. เติมน้ำสะอาดลงไปให้พอท่วม ตามด้วยเกลือ 1 ช้อนโต๊ะที่เตรียมไว้
  หลังจากนั้นแช่ทิ้งไว้ประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง ก็สามารถนำไปนึ่งได้
3. ก่อนนำไปนึ่ง ให้นำมาล้างน้ำอีกครั้ง เพื่อล้างเอาน้ำเกลือออกให้หมด    1-2 น้ำ (เดี๋ยวจะเค็มไปไม่อร่อย..)แล้วจึงนำไปนึ่งให้สุก..

** การนำข้าวเหนียวแช่น้ำเกลือ ก่อนนำไปนึ่งนั้น จะช่วยลดระยะเวลาในการแช่ข้าวเหนียวได้ ซึ่งปกติแล้วถ้าไม่ใส่เกลือจะต้องใช้ระยะเวลาในการแช่ข้าวเหนียวประมาณ 1 คืน แต่เมื่อเติมเกลือลงไป แช่แค่ 1 – 2 ชั่วโมง ก็จะทำให้ข้าวเหนียวนุ่มน่ารับประทานขึ้น
** ก่อนนึ่งข้าวเหนียวให้รองก้นหวดด้วยใบเตยประมาณ 2-3 ใบ จะช่วยให้ข้าวเหนียวมีกลิ่นหอมของใบเตยน่ารับประทาน
ขั้นตอนการนึ่ง ควรใช้หวดข้นแหลม กับหม้อนึ่ง ตามภาพครับ
พอ เรานึ่งสุกแล้วให้เราทำการ กลับ ข้าวเหนียว นำเอาด้านล่างขึ้นสู่ด้านบน หรือ "กระทิก" กลับข้าวเหนียว...ในช่วงนี้ข้าวเหนียวใกล้สุก...
ในช่วงนี้ให้เรานำเอาน้ำเย็นที่เตรียม ใว้..เทลงไปในข้าวเหนียว..และ พลิก คลุกเคล้า ให้ทั่วๆครับ..ใช้น้ำประปาธรรมดาก็ได้..หรือ "จะลองใช้น้ำแข็งยูนิคก้อนๆ ใส่ลงไป 5-8 ก้อน ก็ได้ครับ"  ทดลองดูเอง..หลายๆแบบ..
 (เพื่อทำให้ข้าวเหนียวที่นึ่งใว้..ให้เย็นตัวลง)
"เปลี่ยนน้ำในหม้อนึ่งด้วยครับ ควรใช้น้ำน้อยๆแค่พอนึ่งสุก"
หลัง จากนั้น ให้เรานึ่งต่อให้น้ำในข้าวแห้ง..เป็นใช้ได้ครับ..ข้าวเหนียวจะนิ่ม และนุ่มนวล..น่ารับประทาน.. "หมายเหตุ" ถ้าเป็นข้าวเหนียวใหม่..ไม่ควรใส่น้ำแบบนี้ครับ...ควรใช้พรมๆ เล็กน้อย..ก็พอครับ..เพราะข้าวเหนียวใหม่..ข้าวนิ่มอยู่แล้ว...(ขอให้มีอาชีพ..อิสระรวยเป็นล้าน เป็นพ่อค้า และ แม่ค้าหมูปิ้ง..ค้าขายร่ำรวยๆ นะครับ)



Friday, May 4, 2012

กรอบรูปวิทยาศาสตร์

กรอบรูปวิทยาศาสตร์     
                                                      
                 การรับทำกรอบรูปวิทยาศาสตร์เป็นอาชีพที่น่าสนใจอาชีพหนึ่งเนื่องจากลงทุนค่อนข้างน้อยเรียนรู้วิธีการทำง่าย ตลาดกว้าง สามารถทำได้ทั้งแบบเต็มตัวเป็นอาชีพหลักหรือรับจ๊อบเป็นครั้งคราว   กำไรต่อหน่วยค่อนข้างสูง   เรามาดูกันครับว่าทำกันอย่างไร
วัตถุดิบ
1
น้ำยาเรซิ่นเคลือบรูปหรือที่เรียกว่าโพลีเอสเตอร์เรซิ่น  เป็นเรซิ่นสำหรับงานเคลือบรูปวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ เป็นพลาสติกเหนียว ข้น มีกลิ่นฉุน เมื่อใส่ตัวทำแข็งเข้าไปจะจะทำปฏิกริยาเป็นพลาสติกแข็ง ใช้เบอร์ KC - 288 
2
ตัวทำให้แข็งหรือเรียกว่าฮาร์ดเดนเนอร์หรือฮาร์ด  จะผสมลงในเรซิ่นเพียง  1 %  เท่านั้น มีหน้าที่ทำปฏิกริยากับเรซิ่นทำให้เรซิ่นแข็งตัว  
    อุปกรณ์ที่ต้องใช้
1
แผ่นฟิลม์ไมล่า เป็นแผ่นฟิลม์บาง ใช้กดนาบบนเรซิ่นที่เราเทลงบนภาพเพื่อให้ผิวหน้าเรียบเท่าๆกัน 
2
กรอบไม้  ทำจากไม้ 1 นิ้ว คูณ 1 นิ้ว ใช้สำหรับขึงแผ่นฟิลม์ไมล่าให้ตึงเพื่อใช้กดนาบลงบนภาพตามข้อ 1 ใช้ตามความเหมาะสมของขนาดภาพ ในที่นี้เราใช้ขนาด 40 คูณ 50 เซนติเมตร
3 ลูกกลิ้งยาง ใช้ขนาด 8 นิ้ว ใช้สำหรับกลิ้งรีดน้ำยาเรซิ่นให้กระจายทั่วทั้งภาพ

ลูกกลิ้งยางขนาด 8 นิ้ว
4
ไม้อัดทำกรอบรูป เป็นไม้หนา 10 มม. ขนาดแล้วแต่ขนาดของภาพที่จะทำ  แต่ต้องเผื่อขอบไว้ 1-1/2 นิ้ว กะประมาณให้ดูสวยตามขนาดของภาพ
5 กระดาษลวดลายต่างๆ ใช้สำหรับตกแต่งเพื่อความสวยงาม
6
เส้นทองหรือเส้นเงิน เป็นเส้นสติ๊กเกอร์สีสำหรับเดินปิดเระหว่างรอยต่อของภาพเพื่อความสวยงาม
7
น้ำยากันซึม ใช้กรณีที่นำภาพที่เป็นกระดาษที่น้ำยาเรซิ่นอาจซึมเข้าเนื้อกระดาษได้เช่น กระดาษจากหนังสือ
8 ถ้วยพลาสติกสำหรับใส่เนซิ่น
9 ไม้กวนเรซิ่น ใช้ไม้ไอศครีมหรือไม้อะไรก็ได้
10 หลอดหยด สำหรับหยดตัวทำแข็ง
11 คัตเตอร์
12 ตาชั่ง
13 กระดาษทรายชนิดละเอียดเบอร์ 300
14 อื่นๆ เช่น เทปกาว ขาตั้งรูป มีดคัตเตอร์ สีน้ำมัน ทินเนอร์ แปลงทาสี 
               วิธีทำ
1 นำไม้อัดมาตัดให้มีขนาดใหญ่กว่าภาพโดยให้เหลือขอบกว้างกว่าด้านละ 1 - 1.5 นิ้ว
2
นำภาพวางทาบลงบนไม้อัด จัดให้อยู่กึ่งกลางให้ดูสวยงามและขีดเส้นหรือทำเครื่องหมายไว้ก่อน จากนั้นใช้กาวลาเท็กซ์ทาให้ทั่วหลังภาพและนำภาพปิดลงบนไม้อัดตามตำแหน่งที่ได้ทำเครื่องหมายไว้ ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง
 3
นำกระดาษลายมาทำการตกแต่งโดยตัดให้เท่ากับกรอบที่เว้นไว้ จัดลายให้ไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้ดูลงตัว
4
นำเส้นสติ๊กเกอร์สีทองหรือเงินมาติดระหว่างรอยต่อของภาพกับกระดาษลายตลอดทั้งสี่ด้าน ปล่อยทิ้งไว้ให้กาวแห้งสนิทประมาณ 2 ชั่วโมง
5
เมื่อกาวแห้งสนิทแล้ว  หากระดาษหนังสือพิมพ์เก่ามาปูบนโต๊ะที่ให้ทำกรอบรูปเพื่อป้องกันน้ำยาล้นออกมาเลอะเทอะ นำกล่องหรืออะไรก็ได้มาวางทับบนกระดาษเพื่อรองและยกกรอบรูปให้สูงขึ้นและนำกรอบรูปที่แห้งแล้ววางลงบนกล่องอีกที
6 เตรียมเรซิ่นเทใส่ในถ้วยพลาสติก หยดน้ำยาทำแข็งลงไป  1 % ของปริมาณเรซิน ใช้ไม้กวนส่วผสมให้เข้ากัน 
7 เทเรซิ่นลงบนกลางภาพ
8
นำกรอบแผ่นฟิลม์ไมล่าวางทับลงบนเรซิ่น ใช้ลูกกลิ้งยางกลิ้งไล่เรซินให้กระจายทั่วภาพและขอบภาพ ขั้นตอนนี้จะมีเรซิ่นบางส่วนล้นลงบนพื้นโต๊ะ ตรวจดูหากมีฟองอากาศอยู่ก็ใช้ลูกกลิ้งไล่ฟองอากาศออกให้หมด  ปล่อยทิ้งไว้ให้แข็งตัวประมาณ 2 ชั่วโมง  ระหว่างนี้ ห้ามขยับเขยื้อนเด็ดขาด วิธีตรวจเรซิ่นว่าแข็งหรือไม่โดยหยิกเศษเรซิ่นที่ล้นอยู่บนโต๊ะถ้าแข็งกรอบก็ใช้ได้


9
เมื่อเรซิ่นแข็งตัวแล้วค่อยๆดึงแผ่นไมล่าออก ใช้มีดคัตเตอร์ตัดแต่งขอบให้เรียบ หากดูแล้วเรซิ่นบางเกินไปหรือยังมีฟองอากาศให้ใช้กระดาษทรายเบอร์ 300 ลูบบนเรซิ่นพอเป็นรอยฝ้าขาวให้ทั่ว ( อย่าขัดเพราะจะทำให้เกิดรอยมากเกินไป ) เสร็จแล้วำความสะอาดฝุ่นผงออกให้หมดแล้วทำการเคลือบซ้ำอีกครั้ง ( ทำข้อ 6-8 ซ้ำอีกครั้ง ) เมื่อเสร็จแล้วทำความสะอาดและติดขาตั้งก็เสร็จเรียบร้อย
                   เป็นยังไงครับเวลาอ่านอาจจะรู้สึกว่ามีขั้นตอนการทำอยู่พอสมควร แต่เวลาทำจริงจะทราบว่าทำจริงๆใช้เวลาไม่มากนัก  จะช้าก็เพราะต้องรอแห้งมากกว่า ก็ขอให้โชคดีมีเสตางค์ใช้กันทั่วหน้าครับ

สร้างป้ายไฟ LED (แอลอีดี)

สร้างป้ายไฟ LED (แอลอีดี) ทำไม่ยาก หากรู้หลักการ และมีความคิดสร้างสรรค์

ป้ายไฟ LED อาชีพทำเงินที่เราทุกคนควรรู้จักกัน การทำป้ายไฟนั้นทำได้ไม่ยากอย่างที่คิด หากรู้หลักการ มีจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ หลอด LED เป็นหลอดไฟที่มีอายุการใช้งานนานมาก ๆ ประหยัดพลังงานสูงให้แสงสว่างได้ดี สำหรับใครที่ไม่มีทุนมากแล้วผมมองว่าธุรกิจการทำ ป้ายไฟแอลอีดีนี้ท่านก็สามารถทำได้ ขนาดของป้ายส่วนมากติดตามร้านค้าทั่วไปขนาด เท่ากับ A3 กำลังสวยราคาต่อป้าย ก็คิด 999 – 1500 บาท แล้วเป็นขนาดที่ไม่ใหญ่โตมากนัก ท่านสามารถทำคนเดียวได้ซึ่งตรงนี้ เราก็รับไปเลยคนเดียวเติม ๆ แต่ถ้าหากได้รับงานใหญ่ ๆ เราก็ควรจ้างลูกมือคนสองคนเท่านั้นก็เป็นพอ นอกจากจะทำเป็นป้ายติดตามร้านค้าต่าง ๆ ได้แล้ว เราเคยเห็นกันบ้างมั้ยเวลามีคอนเสิร์ต มีการประกวดร้องเพลง หรือมีนักร้องขวัญใจทั้งไทยและเทศจะมีกลุ่มคนที่เข้ามาให้กำลังใจ ชูป้ายไฟแอลอีดีอย่างน่าสนใจและโดดเด่นในงาน

การทำป้ายไฟ LED จะเริ่มทำกันอย่างไร

 
ต้องบอก ตรง ๆ เลยนะครับว่าผมเองก็ทำไม่เป็น แต่ก็พอรู้พื้นฐานมาบ้างแล้ว สำหรับท่านใดที่สนใจจริง ๆ วันนี้เองผมได้ไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งที่กำลังจะออกว่างจำหน่าย เป็นหนังสือสอนการทำ ป้ายไฟ LED รวมเทคนิคการทำ การสร้างป้ายไฟแบบแอลอีดีหลากหลายรูปแบบ มีพร้อมวีดีโอตัวอย่างรูปแบบป้ายไฟ LED 500 ตัวอย่าง เพื่อเป็นไอเดียและจินนาการของคุณ

เนื้อหาในหนังสือ ป้ายไฟ LED มีดังนี้

1) การต่อ LED การคำนวนกระแส ด้วยโปรแกรมสำเร็จ ไม่ต้องใช้กฎของโอห์ม (แต่ใช้กฎของผม ง่ายๆ อิอิ)
ทั้งแบบซี่รี่ และแบบขนาน และทุกขนาดโวลท์ที่ใช้ รวมทั้งการคำนวนกระแส ในการเลือกซัพพลายที่จะใช้
2) ตัวอย่างการสร้างป้ายไฟวิ่งแบบต่างๆ (สร้างจริง ลงทุนจริง) มีภาพประกอบทุกขั้นตอน มีทั้งแบบใช้ถ่าน และ
ใช้ไฟฟ้า ซึ่งมีทั้งแบบไม่ใช้หม้อแปลง และแบบอื่นๆ รวมถึงแบบซัพพลายแบบสวิตชิ่ง
3) โครงงานไฟวิ่ง 10 โครงงาน มีทั้งแบบง่ายๆจนถึงแบบไฮเทค (ใช้ไมโครคอนโทiลเลอร์ 16F84-16F628)
ที่เปลี่ยนรูปแบบการวิ่งอัตโนมัติ หลายรูปแบบ ซึ่งจะทำให้ป้ายไฟ น่าสนใจชวนมอง ที่สำคัญในแผ่น
ให้ซ้อสโค้ด หรือ Hexfile ให้คุณโปรแกรมใช้ ทำใช้ ทำขายได้ตลอดชาติ ไม่มีการหมกเม็ดขายไอซี ขายบอร์ด
วงจรอีกที แถมมีลายปริ้นท์คมชัด ให้คุณไปกัดเอง หรือจ้างกัดได้ไม่จำกัดจำนวนชุด
4) แถมเครื่องโปรแกรมไอซี 16F84-16F628 ให้ด้วย พร้อมซ้อฟแวร์ และสอนใช้ในเล่ม ไม่ต้องไปหาซื้อเครื่อง
โปรแกรม ให้เสียเงินอีกแต่อย่างใด
5) 10 โครงงานในเล่ม เราแถมแผ่นปร้นท์แบบพิมพ์เขียวมาตรฐานให้ ทั้ง 10 ชุด เพื่อให้คุณได้ทดลอง และ อ่าน
หนังสือจบ คันมืออยากสร้างใช้ สร้างขาย ก็ทำได้เดี๋ยวนั้นเลย
6) เห็นป้ายไฟแบบไหนสวย อยากก็อปปี้แบบนั้น (ตามใจลูกค้า) หรือก็อปปี้มาดัดแปลงใช้งานบางส่วน เรามี
สอนการก็อปปี้ให้ด้วย ด้วยโปรแกรม CorelDRAW เป็นเร็วแบบรวดเร็ว สายฟ้าแลป รับรองได้ตามแบบ
เป๊ะๆ แถมขยายให้ใหญ่เท่าฝาบ้าน โปรแกรมก็ทำได้
7) ผมบรรจุฟ้อนต์แบบจุด (แบบฟรีแวร์) จำนวนมากในแผ่น กว่าจะหามาให้ได้แบบลากเลือด ให้คุณพิมพ์แล้ว
เจาะรูใช้งานได้เลยมีมากมายหลายแบบ มีทั้งตัวบาง(สำหรับป้ายง่ายๆ) และตัวหนา(สำหรับป้ายขนาดใหญ่
ที่ต้องการความโดดเด่น มองเห็นไกล)
8 ) วงจรขับ LED จำนวนมากๆ และเกิดอยากเปลี่ยนเป็นใช้หลอดไฟ(ตามใจลูกค้า) ทำไง? ไม่ต้องห่วง ผมได้
ออกแบบวงจรอินเตอร์เฟซ เตรียมไว้ให้ พร้อมลายปริ้นท์ เป็นอ็อพชั่นให้เลือกใช้งาน (อะไรจะใจดีขนาดนั้น)
9) มีตัวอย่างการทำกรอปป้ายให้ด้วย ทั้งแบบสร้างเองจากไม้ และแบบใช้กรอปสำเร็จรูปจากร้านรับตัดกรอปรูป
เพื่อให้คุณ(มือใหม่) ได้เห็นรูปแบบ และเห็นเป็นตัวอย่าง
10) ทำเลย์เอ้าท์การวาง LED ให้ดูด้วย ไม่งั้นเดินหลอดLED เป็นร้อยๆหลอด แต่ทำไมมันไม่วิ่งหว่า?


เปิดร้านข้าวราดแกง

 

ข้าวราดแกง เปิดร้านขายข้าวราดแกงอาชีพแก้จน สามารถสร้างกำไรเป็นอย่างดี

ปัจจุบันอาชีพขายข้าวแกงนั้น สามารถสร้างกำไรให้แก่จำของร้านจำนวนมากเพราะผู้คนในปัจจุบันเวลาในการใช้ ชีวิตมีจำนวนจำกัด จึงต้องการความสะดวกและรวดเร็วในการหุงหาอาหาร อาหารจานด่วนแบบง่ายๆก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้ผู้บริโภคหันมาใช้บริการกัน บ่อยครั้ง เพราะนอกจากจะเป็นการประหยัดเวลาแล้ว ยังมีรสชาติอร่อย มีความสะดวกและรวดเร็วโดยที่เราไม่ต้องใช้เวลาทำกินเอง สามารถเลือกกับข้าวได้หลายอย่างในจานเดียว ซื้อใส่ถุงกลับไปทานที่บ้านก็ได้และมีอาหารมากมายให้เราเลือกรับประทาน

ร้านขายข้าวราดแกง

ร้านขายข้าวแกงนั้นเราสามารถพบเห็นได้ทั้งแบบขายบนรถเข็นแบบเข็นแล้วมี โต๊ะ-เก้าอี้มาวางเป็นร้านเล็กๆ ให้ลูกค้านั่งรับประทาน และแบบรถเข็นขายได้ทุกที่ซึ่งสามารถหาลูกค้าได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว เพราะแบบรถเข็นที่สามารถเข็นออกไปขายที่ไหนก็ได้นั้น เราไม่ได้นั่งขายอยู่ที่เดิมแต่ถ้าเรารู้ว่าที่ไหนมีคนเดินพลุกพล่านเราก็ เข็นรถข้าวแกง ไปขายในที่ๆ มีคนเยอะๆ หรือตามที่ชุมชน ในซอย หน้าโรงเรียน หน้าตลาด แม้แต่ตามแหล่งที่มีพนักงานหรือคนทำงานมากๆ เราก็สามารถที่จะเข็นรถข้าวแกงไปขายได้ทุกที่ เลยค่ะ แต่แบบรถเข็นที่มีโต๊ะ-เก้าอี้และเปิดเป็นร้านข้าวแกงริมทางนั้น ส่วนมากร้านข้าวแกงแบบนี้เขาเลือกที่จะขายอยู่กับที่ เพราะส่วนใหญ่จะหาทำเลดีๆ และมีคนเดินเยอะๆ ทำให้ขายดีแล้วถ้ารสชาติอาหารนั้นอร่อยถูกปากคนกินแล้วล่ะก็ รับรองว่ามีลูกค้าประจำที่จะต้องมาอุดหนุนทุกวันแน่นอนค่ะ
อีกแบบหนึ่งคือเปิดเป็นร้านขายข้าวราดแกงโดยเฉพาะ การเปิดร้านขายข้าวราดแกงนั้นเราจะต้องมีพนักงานคอยช่วยดูแลเอาใจใส่ลูกค้า ที่มารับประทานอาหารของเรา เพราะถ้าร้านของเราทำอาหารอร่อยเชื่อว่าจะต้องมีลูกค้ามาอุดหนุนเป็นจำนวน มากแน่ๆ ค่ะ ถ้าเรามีทำเลร้านที่ดีมีคนเดินพลุกพล่านหรือจะเป็นแบบร้านข้าวแกงข้างทาง เป็นทางผ่านของคนเดินทางให้มาใช้บริการในช่วงพักรถก็ได้นะค่ะ และมีการจัดร้านให้สะอาดน่าอยู่ บรรยากาศดี อาหารอร่อย พนักงานให้บริการดี มีใครบ้างหละค่ะที่มากินที่นี่แล้วจะไม่ประทับใจ ครั้งต่อๆ ไปจะต้องกลับมากินอีกหนแน่นอนเลยค่ะ

อาชีพขายข้าวราดแกง

อาชีพขายข้าวแกงนั้น นอกจากจะได้กำไรดีแล้วยังเป็นธุรกิจครอบครัวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย มีสมาชิกในครอบครัวช่วยกันดูแลและคอยเอาใจใส่ในเรื่องรสชาติอาหาร และเราต้องดูความต้องการของลูกค้าด้วยว่าขณะนี้ลูกค้ามีความต้องการทานอาหาร ประเภทไหนมากที่สุด ปรับปรุงรสชาติและคิดเมนูที่แปลกใหม่ทุกวัน เอาใจใส่เรื่องของความสะอาด บริการด้วยรอยยิ้มและความเอาใจใส่ เพียงเท่านี้ลูกค้าที่มารับประทานอาหารที่ร้านก็จะประทับใจในการบริการของ เราแล้วค่ะ และถ้ารสชาติอาหารของร้านเราอร่อยรับรองได้ว่า เราไม่ต้องติดประกาศโฆษณาให้เปลืองเงินเลยค่ะ ลูกค้าที่เขามากินนี่แหละที่จะช่วยโฆษณาร้านข้าวแกงของเราเอง ดิฉันเคยลองไปถามร้านข้าวแกงบางร้าน เขามีกำไรจากการขายข้าวแกงถึงเดือนละ 4 หมื่น ถึง 5 หมื่นบาทต่อเดือน ร้านของเขามีลูกค้ามาอุดหนุนเป็นจำนวนมาก เพราะอาหารมีรสชาติอร่อย สะอาด และเอาใจใส่ในเรื่องของการบริการ ทำให้ร้านข้าวแกงร้านนี้ทำกำไรให้เจ้าของร้านได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

ขายข้าวราดแกงหลังน้ำท่วม

และในช่วงนี้ความต้องการในการซื้ออาหารมีเป็นจำนวนมาก หลังน้ำท่วมนี้ผู้คนที่ติดอยู่ในบ้านเป็นเวลานานจะต้องนึกถึงอาหารที่พวกเขา คุ้นเคยและกินเป็นประจำ พวกเขาจะต้องออกมาจับจ่ายซื้อของและหาของอร่อยๆ กินหลังน้ำท่วมนี้แน่ๆ ค่ะ เป็นโอกาสดีที่เราจะได้สร้างรายได้ในช่วงที่มีความต้องการจากผู้บริโภคจำนวน มากนี้ สร้างกำไรจากการขายข้าวแกงให้ได้เยอะๆ ค่ะ ดิฉันเชื่อว่าหลังน้ำท่วมจะต้องขายข้าวแกงดีแน่นอนค่ะ

อาชีพรับซื้อของเก่า


อาชีพเก็บขยะ เก็บขวดน้ำพลาสติก ขวดแก้ว กระป๋องน้ำ รับซื้อของเก่า

 

อาชีพเก็บเก็บขวดพลาสติก ขวดแก้ว กระป๋อง รับซื้อของเก่าและรับซื้อขยะ นอกจากจะเป็นอาชีพทำเงินที่น่าสนใจแล้วพวกเขาเหล่านี้มักจะมีสำนักงานอยู่ ที่บ้านหรือสร้างเป็นโรงรับซื้อขยะเองและของเก่าหรือขยะเหล่านี้ก็สามารถนำ มารีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่ได้ บางที่ก็จะเป็นแบบธุรกิจครอบครัว มีรถกระบะวิ่งรับซื้อของเก่าตามหมู่บ้านทั่วๆ ไป แต่บางคนที่เขามีเงินเยอะหน่อย ก็ทำเป็นแบบธุรกิจขนาดใหญ่มีโรงแยกขยะต่างหาก มีพนักงานจำนวนมาก พอแยกขยะแล้วก็ส่งขยะให้บริษัทที่รับซื้อขยะเหล่านี้นำไปรีไซเคิล แล้วก็นำกลับมาใช้บรรจุภัณฑ์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง รถที่วิ่งรับซื้อของเก่าหรือรับซื้อขยะตามหมู่บ้านโดยทั่วไปแล้ว ก็จะนำขยะมาขายให้กับโรงรับซื้อขยะขนาดใหญ่นี้เป็นจำนวนมาก และเราก็มักจะเห็นรถรับซื้อของเก่าและรับซื้อขยะอยู่เป็นประจำ เพราะสามารถสร้างรายได้และเป็นอาชีพที่อิสระไม่ต้องมีใครคอยสั่งให้เราทำ โน่นนี่ ถ้าเรามีความขยันหน่อยบวกกับความอดทนอีกนิด รับรองได้เลยว่าอาชีพรับซื้อขยะและรับซื้อของเก่านี้ สามารถสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวอย่างมากมายเลยทีเดียวค่ะ
ขยะมูลฝอยล้นเมืองเป็นปัญหาที่ทั่วโลกต้องพบเจอ และประเทศไทยของเราเองก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ต้องเจอกับปัญหาขยะล้นเมือง เช่นเดียวกัน เพราะมีประชากรเป็นจำนวนมาก การซื้อขาย การผลิตสินค้าและการบริโภคก็มากขึ้นตามจำนวนของประชากรในประเทศ ซึ่งบางประเทศก็จะมีวิธีจัดการกับปัญหาเศษขยะล้นเมืองกันหลายวิธี และถึงแม้ว่าประเทศของเราจะยังไม่มีมาตรการที่แน่ชัดในการจัดการกับปัญหา เหล่านี้แต่ก็มีวิธีการแยกขยะที่ทำให้ง่ายต่อการเก็บ และง่ายต่อผู้ที่ทิ้งขยะ นั่นคือการทำถังขยะแยกประเภท นอกจากจะทำให้ง่ายต่อการทิ้งแล้วพนักงานเก็บขยะก็ง่ายต่อการทำงานด้วยค่ะ

อาชีพเก็บขยะ ขวดน้ำพลาสติก  เก็บขยะขายหลังน้ำท่วม

อาชีพเก็บขยะขายเป็นอาชีพที่ไม่ต้องลงทุน แต่ก็ต้องระวังเรื่องโรคภัยที่อาจจะมาจากการเก็บขยะ แต่งานเก็บขยะก็ไม่ต้องมีใครมาคอยกำหนดปริมาณงานให้น่ารำคาญใจ ไม่ต้องมีเจ้านายมายืนคุมงาน คอยสั่งงาน เป็นอาชีพที่คอยหล่อเลี้ยงคนจนให้มีรายได้มาจุนเจือครอบครัวและเป็นหนึ่งใน อาชีพสุจริตที่มีส่วนช่วยลดสภาวะโลกร้อนอีกด้วย เพราะอาชีพเก็บขยะขายเป็นการลดปริมาณขยะที่มีอยู่เป็นจำนวนมากให้ลดลง แต่คนเก็บขยะขายก็เป็นแรงงานนอกระบบ ไม่มีสวัสดิการทางสังคมและสิทธิประโยชน์เทียบเท่ากับอาชีพอื่นๆ เพราะพวกเขามีระดับการศึกษาไม่สูง ไม่มีงานทำ พวกเขาจึงต้องผันตัวเองมาประกอบอาชีพเก็บขยะ แต่ส่วนมากมักจะเคยเป็นชาวนา คนงานก่อสร้าง พนักงานขับรถ หรือลูกจ้างทั่วไปมาก่อน ก่อนที่จะมาประกอบอาชีพเก็บขยะ

พนักงานเก็บขยะผู้ที่ช่วยทำให้เมืองสะอาด

แต่ละประเทศก็จะมีพนักงานเก็บขยะที่จะคอยช่วยดูแลเรื่องของปริมาณขยะ เพราะถ้าเราไม่มีการจัดการกับปัญหาขยะพวกนี้อย่างจริงจัง ปัญหาที่ตามมาก็คือขยะล้นเมือง ทำให้บ้านเมืองสกปรกไม่น่าเข้าไปเที่ยวชม ส่งกลิ่นเหม็น และเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดสภาวะโลกร้อนอีกด้วย พนักงานเก็บขยะก็เป็นปัจจัยสำคัญที่คอยช่วยดูแลปริมาณขยะ นอกจากจะมีพนักงานของรัฐบาลแล้ว ก็ยังมีบริษัทเอกชนที่เปิดให้บริการเรื่องของการเก็บขยะอีกเป็นด้วย พนักงานเก็บขยะแตกต่างจากคนเก็บขยะทั่วไป เพราะคนที่ทำงานเก็บขยะขายโดยทั่วไป จะไม่มีสวัสดิการเป็นงานอิสระแต่พนักงานเก็บขยะนั้นมีเงินเดือนให้ และบางบริษัทก็จะมีสวัสดิการต่างๆ ให้ แล้วแต่บริษัทนั้นๆ จะให้สิทธิประโยชน์ทางด้านสังคมอะไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น พนักงานเก็บขยะในต่างประเทศที่มีสวัสดิการดี และมีเงินเดือนดี เช่น อิตาลี่ เยอรมัน พนักงานเหล่านี้จะได้สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ทางสังคมที่ดีมาก เพรารัฐบาลของพวกเขาเอาใจใส่กับปริมาณของขยะที่มีมากขึ้นทุกวัน จึงต้องให้สวัสดิการและเงินเดือนทีสูง เพื่อที่จะให้มีผู้มาสมัครทำงานทางด้านนี้ให้มากๆ ค่ะ

เก็บขยะหลังน้ำท่วม เป็นอาชีพสร้างเสริมและสร้างรายได้อย่างงดงาม

หลังน้ำท่วมครั้งนี้ผ่านไป รับรองว่าขยะเกลื่อนเมืองแน่ๆ ค่ะ ในช่วงนี้เองที่เราจะถือโอกาสทำความดีไปพร้อมๆ กับการสร้างรายได้ หลังจากที่น้ำลดลงแล้ว ขวดพลาสติก ขวดแก้ว โลหะชนิดต่างๆ คงต้องมีมากมายแน่นอน คนเก็บขยะขายคงจะเก็บแทบไม่ทันเพราะขยะไหลมากับน้ำมีขยะอยู่แทบทุกที่บางที เราไม่ต้องออกไปเก็บ ขยะก็ลอยมาติดหน้าบ้านให้เรานำไปขายได้ถึงที่เลยหละค่ะ แต่ถ้าเราช่วยกันเก็บขยะถึงเราไม่คิดจะนำไปขาย แต่ก็เป็นการช่วยทำความสะอาดบ้านเมือง และช่วยลดสภาวะโลกร้อนอีกด้วยค่ะ
การเก็บขยะขายอย่าง ขวดพลาสติก ขวดแก้ว กระป๋องหลังน้ำท่วมนอกจากจะสร้างรายได้ในช่วงนี้แล้ว ยังเป็นการทำความดีในยามที่ประเทศเราต้องการความช่วยเหลือ แม้ว่าเราจะเป็นหนึ่งในความดีเพียงเล็กน้อย แต่เราก็จะภูมิใจที่ได้เป็นส่วนช่วยให้ประเทศของเรากลับมาน่าอยู่อีกครั้ง แต่ถ้าเราเก็บขยะแล้วนำไปขายในช่วงนี้ไม่รู้ว่าพวกรับซื้อขยะจะยังรับซื้อ อยู่มั้ยนะ เพราะถ้าเรานำไปขายในพื้นที่น้ำท่วมเหมือนกัน ดิฉันคิดว่าเขาคงจะไม่รับซื้อหรอกค่ะ เพราะคงจะอพยพกันไปหมดแล้ว แต่ภายหลังน้ำลดแล้วจะต้องกลับมารับซื้อแน่นอนค่ะ

ร้านขายดอกไม้พลาสติก

 

 ร้านขายดอกไม้พลาสติก รับจัดช่อดอกไม้เพิ่มช่องทางสร้างรายได้

อาชีพจัดดอกไม้ เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สร้างรายได้มากในปัจจุบัน มีหลายคนที่หันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับอาชีพนี้ เพราะการจัดดอกไม้จัดได้ว่าอยู่ในหมวดงานฝีมือซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าของผล งานได้มากยิ่งขึ้น และยังส่งผลต่อคุณค่าทางจิตใจอีกด้วย เพราะการที่เราได้พบเห็นความงามของดอกไม้ต้นไม้นานาพันธุ์จัดรวมกันเป็นช่อ สวยงาม ส่งผลให้ชีวิตเรารู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา และรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก อีกทั้งยังเป็นงานศิลปะที่ทำให้เราเกิดสมาธิ สงบและใจเย็นเมื่อเราได้ใช้เวลาไปกับการจัดดอกไม้อย่างเพลิดเพลิน ดอกไม้พลาสติกก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ในปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่หันมาสนใจ กันมากขึ้น เพราะดอกไม้พลาสติกนอกจากจะผลิตออกมาได้เหมือนจริงแล้ว ยังสามารถเก็บไว้ได้นานกว่าดอกไม้สด ไม่เหี่ยวเฉาและสามารถนำมาประดับบ้านหรืออาจจะมอบให้เป็นของขวัญเนื่องใน โอกาสต่างๆ ได้ง่าย ซึ่งผู้รับก็สามารถเก็บไว้เป็นคุณค่าทางจิตใจได้นานขึ้น

เจ้าของร้านดอกไม้ คุณ พรรณิภา แก้วกรอง

ร้านสยามนานาพันธุ์

 ได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์ร้านดอกไม้พลาสติกร้าน หนึ่ง ชื่อร้าน สยามนานาพันธุ์ เจ้าของร้านคือคุณ พรรณิภา แก้วกรอง หรือเรียกชื่อเล่นว่า พี่ไก่  ทางทีมงานได้สอบถามเกี่ยวกับความเป็นมาของร้านพี่ไก่ตอบกับเราว่า เดิมทีพี่ไก่มีอาชีพเป็นพนักงานของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งแต่เป็นเพราะพี่ไก่ อยากมีธุรกิจเป็นของตนเองและปกติแล้วตนเองก็สนใจในเรื่องการจัดดอกไม้อยู่ แล้ว พอดีว่าพี่สาวของแฟนผลิตดอกไม้พลาสติกอยู่ก็เลยมีโอกาสได้พูดคุยสอบถาม เกี่ยวกับการจัดดอกไม้พลาสติกขาย และตนเองก็สนใจและชอบมากก็เลยตัดสินใจลาออกจากงานและรับดอกไม้พลาสติกมาจัด และเปิดร้านขายเอง ร้านสยามนานพันธุ์พึ่งเปิดร้านได้ไม่นานเท่าไหร่แต่ผลตอบรับจากลูกค้าดีมาก ซึ่งพี่ไก่เองก็บอกว่าพอใจกับรายได้นี้มากค่ะ และถ้าเป็นช่วงเทศกาลก็จะขายดีเป็นพิเศษ เพราะผู้คนส่วนมากที่ซื้อไปก็เพื่อที่จะมอบให้เป็นของขวัญหรือแสดงความยินดี เช่น เป็นของขวัญเนื่องในโอกาสวันรับปริญญา หรืองานวันเกิด ขึ้นบ้านใหม่  ฉลองเปิดร้านใหม่ หรือเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทน์
เราก็สามารถจัดดอกไม้พลาสติกนี้ตามแบบที่ลูกค้าต้องการได้เลยค่ะ ทีมงานสอบถามต่อว่าแล้วกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้ากลุ่มอายุประมาณเท่า ไหร่ค่ะ พี่ไก่ตอบกับเราว่าก็มีลูกค้าหลายกลุ่มมีทั้งกลุ่มวัยรุ่นอายุ 18 ปีขึ้นไปจนถึงกลุ่มผู้สูงอายุเลยทีเดียว ถ้าเป็นลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นก็จะชอบของประดิษฐ์ ประดอยมากกว่าหรือาจจะเป็นต้นไม้ดอกไม้กระถางเล็กซึ่งจะมีราคาไม่แพงและดู น่ารักสวยงามตามแบบที่เขาชอบๆ กันค่ะ ถ้าเป็นช่วงอายุ 20-30 ปีวัยกลางคนหน่อยส่วนมากก็จะชอบซื้อไปเป็นของขวัญหรือซื้อไปประดับบ้าน มากกว่าค่ะ

และกลุ่มลูกค้าสูงวัยอายุ 50-60 ปีขึ้นไปก็จะชอบมองหาต้นไม้ดอกไม้มงคลที่ไว้ประดับบ้านพวกนี้อ่ะค่ะ แต่ปกติแล้วร้านพี่ไก่ก็มีลูกค้าทุกกลุ่มที่มาอุดหนุนกันเลยนะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่เพราะภายในร้านนอกจากจะมีดอกไม้พลาสติกสวยๆ ขายแล้วยังมีสินค้าที่เป็นของประดิษฐ์น่ารักๆ อีกมากมายเลยแหละค่ะ และเราได้สอบถามเกี่ยวกับรายได้จากการจัดดอกไม้พลาสติกขาย พี่ไก่ก็บอกกับพวกเราว่ารายได้หน้าร้าน ก็อยู่ที่หลักหมื่นขึ้นต่อวัน แต่ที่สำคัญพี่ไก่มองว่าขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งร้านด้วย เพราะถ้าสินค้าเราดีแต่ทำเลที่ตั้งร้านไม่มีผู้คนเดินผ่านก็ขายลำบาก ฉะนั้นก่อนเปิดร้านก็ควรศึกษาให้ดีซะก่อนเพราะถ้าลงทุนไปแล้วกว่าจะได้กลับ คืนก็ต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมาก

อุปกรณ์และวัสดุที่ใช้ในการจัดดอกไม้พลาสติก

  1. กาวลาเท็กซ์
  2. ซาฮาร่าโฟม , โฟม
  3. ปืนกาว
  4. ริบบิ้นผ้า
  5. มุกขาวสอดลวด
  6. มี , คีม , ฟลอร่าเทน , สก๊อตเทป , กรรไกร
  7. ลวดเบอร์ 24

วิธีการดูแลรักษาดอกไม้พลาสติก

การ ดูแลรักษาดอกไม้พลาสติกเมื่อเราซื้อมาเก็บไว้เป็นเวลานานอาจทำให้สีของมัน หมองลงและดูไม่สวย เทคนิคง่ายๆ คือให้เรานำน้ำเปล่า ผสมกับน้ำยาล้างจาน หรืออาจจะเป็นผงซักฟอกก็ได้ให้นำไปละลายในน้ำเปล่าและให้นำดอกไม้พลาสติกแช่ ลงไปประมาณ 1-2 นาที ก็ให้นำขึ้นมาแล้วผึ่งแดดไว้จนแห้ง เพียงเท่านี้ดอกไม้พลาสติกก็จะกลับมาสวยสดใสอีกครั้งค่ะ
และที่ร้านพี่ไก่ยังมีดอกไม้พลาสติกขายแยกเป็นดอก ๆ ละ 60 บาท และมีกระถาง แจกัน หญ้าญี่ปุ่น หญ้าคาและอื่นๆ อีกมากมายเพื่อให้ลูกค้าเลือกนำมาจัดเองได้ตามความชอบเลยค่ะ  อีกทั้งยังมีรูปปั้นเซรามิค บ่อน้ำผุด โคมไฟ งานแกะสลักไม้ เครื่องปั้นดินเผา และตุ๊กตาต่างๆ มายมายเลยค่ะ